เมื่อลมทะเลพัดผ่านหาดทุ่งมะเม่า อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ นอกจากความเงียบสงบของเกลียวคลื่นแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และเต็มไปด้วยเรื่องราวชวนขนลุกและตื้นตันใจอย่าง "ศาลขุนรองปลัดชู" ทันทีที่ก้าวเข้าไปในบริเวณศาล ความรู้สึกเกรงขามจะเข้าปกคลุมหัวใจอย่างประหลาด ราวกับว่าจิตวิญญาณของเหล่านักรบกองอาทมาตทั้ง 400 ชีวิตยังคงทำหน้าที่ปกปักษ์รักษาผืนแผ่นดินนี้อยู่ไม่ไปไหน เรื่องราวของขุนรองปลัดชู ครูดาบผู้เก่งกล้าที่พาสมัครพรรคพวกเดินทางไกลจากเมืองวิเศษชัยชาญเพื่อมาสกัดกั้นกองทัพพม่า ณ ชายหาดแห่งนี้ เป็นตำนานที่ถูกเล่าขานต่อกันมาถึงความกล้าหาญที่ยอมสละเลือดเนื้อเพื่อถ่วงเวลาให้กรุงศรีอยุธยาได้เตรียมตัวรับศึก

ศาลแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ภายในประดิษฐานรูปหล่อของขุนรองปลัดชูในชุดนักรบโบราณ ถือดาบคู่กายที่ดูองอาจและน่าเกรงขาม บริเวณรอบศาลมักจะมีผู้คนแวะเวียนมาขัดเกลาจิตใจและกราบขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเฉพาะในเรื่องของความกล้าหาญและความแคล้วคลาดปลอดภัย บรรยากาศรอบข้างที่ขนาบข้างด้วยทิวสนและท้องทะเลทุ่งมะเม่า ทำให้การมาเยือนที่นี่ไม่ใช่เพียงการไหว้พระขอพรตามปกติ แต่เป็นการมาซึมซับบทเรียนแห่งความรักชาติที่แลกมาด้วยชีวิต การได้ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าศาล พร้อมฟังเสียงคลื่นที่ซัดสาดชายฝั่งทุ่งมะเม่า จะทำให้คุณตระหนักได้ว่าทุกย่างก้าวบนผืนทรายแห่งนี้มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ฝังรากอยู่

ยามเย็นเมื่อแสงอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้าบริเวณหาดทุ่งมะเม่า ความงดงามของศาลขุนรองปลัดชูจะยิ่งทวีความขลัง การได้มองออกไปยังท้องทะเลกว้างใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสมรภูมิรบอันดุเดือด ช่วยเตือนสติให้เราเห็นคุณค่าของสันติภาพในปัจจุบัน หากคุณได้มีโอกาสเดินทางมาพักผ่อนในโซนบ่อนอกหรือทุ่งมะเม่า อย่าลืมแวะมาสักการะและทำความเคารพดวงวิญญาณของวีรชนผู้กล้า เพื่อให้การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเที่ยวชมธรรมชาติ แต่เป็นการเติมเต็มจิตวิญญาณด้วยความภาคภูมิใจในรากเหง้าของไทย












